Ruttiyaphorn's profile<<--Ss--\\--[N]-[o]-[Y]-...BlogListsNetwork Tools Help

Blog


    June 25

    " แค่ "

     
     



    มันก้อแค่....


    มันก้อแค่เพลงไม่ได้มีความหมายอะไร



    มันก้อแค่ประโยค ในหนังสือเล่มนึงเอง



    ก้อแค่คนรู้จักแค่นั้นเอง



    มันก้อแค่ ....





    เวลาที่พูดว่า มันก้อแค่__อะไรซักอย่าง__


    ดูไม่มีความหมาย ไม่น่าใส่ใจ ไม่มีความสำคัญ






    แต่จริงๆแล้ว โคตรจะมีความหมาย และสำคัญมากเลยว่ะ เชื่อเหอะ


    .....
    February 17

    เปลือก

     
     
     ' พักนี้เมิงไปทำไรมาเนี่ย  ดูสดใส ดี๊ด๊าเหลือเกินนะเมิง '
     
     
     
     
                ' หรอ ???? '
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    _____"มันก้อแค่ เปลือก แหละวะ"_____
     
     
     
     
     
     
    February 16

    ..."คนรู้จัก"...

     
    ... " คนรู้จัก " ...
    คำจำกัดความของคำคำนี้อยู่ที่ไหน
         การรู้จักกัน คือ รู้อะไร? ต้องรู้มากแค่ไหน? ถึงจะเรียกได้ว่าคนรู้จัก
     
     
    คนบางคนอาจเป็นน้อยกว่าจะเรียกได้ว่า "คนรู้จัก" ด้วยซ้ำ
       แต่บางที กลับรู้สึกเหมือนเค้ารู้จักเราซะมาก มากเกินกว่าที่เราอยากจะให้เค้ารู้จัก
          หรือแม้กระทั่งมากกว่า___ที่เรารู้จักตัวเองด้วยซ้ำไป
    เค้าดูเหมือนจะ "รู้..ตัวตน" ของเรา โดยที่ไม่เคย "รู้..เรื่องราว" ในชีวิตเราซะด้วยซ้ำ
     
     
    บางที เธอ ก็ทำให้ฉันกลัว
    อย่าทำเหมือนว่ารู้จักฉันมากมาย แม้ว่าเธอจะไม่ตั้งใจ เพราะหลายครั้งมันทำให้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัย
       .... กลัวว่ากำแพงที่สร้างไว้ มันจะทลายลง ....
     
     
    แต่ในบางขณะ
    ฉันเอง ก็รู้สึกเหมือน ฉัน  " รู้จัก ตัวตน "  ของเธอ ทั้งๆที่ก็ไม่เคย  " รู้ เรื่องราว "  ใดๆของเธอเลย เช่นกัน
    เธอก็อาจกำลังกลัว และไม่อยากให้ฉันรู้จักตัวตนของเธอ เหมือนที่ฉันเป็น
     
    แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น อะไรที่เรียกว่าความพอดี
     
    ควรหรือไม่? เป็นการดีมั้ย? ที่คนเราจะยอมรับในสิ่งที่เราพยายามซ่อน หรือปกปิดไว้
     
     
     
     
     
    หรือ
    .......
    ....
    ..
    .
    สุดท้าย ฉันก็แค่คิดไปเอง อีกตามเคย
     
     
     
    February 15

    ผีเสื้อ โอกาส และ ความรัก

     
    คนบางคน เค้าบอกว่า
     .... "ความรัก ก็เหมือนผีเสื้อ ยิ่งเอื้อมมือคว้ายิ่งบินหนี
                   ลองอยู่นิ่ง ๆ ซักนาที "ผีเสื้อ"ตัวดีจะบินกลับมา" ....
     
    แต่บางคน ก้อว่า
     ... "ความรัก ก็เหมือนโอกาส ที่ต้องแสวงหา จึงจะได้มา
                  อยู่ที่เราจะไขว่คว้าหามันเองมั้ย  
                            โอกาสในชีวิตของคนเราอาจไม่ได้มีหลายครั้ง แล้วเราจะทำยังไงกับโอกาสนั้น อยู่ที่เรา" ....
     
     _________ ควรเชื่อใครดี ????
    November 23

    ระยะ ห่ า ง

     
     
     
    ฉัน ..
     
     
    รอบตัว "ฉัน"  มี "กำแพง"
     
    และ มีพื้นที่ของความเป็นตัวฉัน
     
     
     
                                                กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                        กำแพง                                     กำแพง
                       กำแพง                 ฉัน                   กำแพง
                       กำแพง                                        กำแพง
                        กำแพง                                     กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                                                กำแพง    
     
     
    อย่า พยายาม ทำลายกำแพงนี้เข้ามา
     
    เพราะมันจะทำให้ฉันเจ็บ
     
    กลัว 
     
    หวาดระแวง
     
    และรู้สึกไม่ปลอดภัย
     
     
     
                                                กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                                                                         กำแพง
                                  เธอ              ฉัน                กำแพง
                                                                         กำแพง
                        กำแพง                                     กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                                                กำแพง  
     
     
     
    อย่า พยายาม เข้าใกล้มากเกินไป
     
    อย่าบีบคั้น
     
    จนฉันเหลือ พื้นที่ของตัวเอง น้อยลง
     
    เพราะมันจะทำให้ฉันอึดอัด และเสียความเป็นตัวฉันเอง
     
      
                                                  เธอ
                                       เธอ  กำแพง  เธอ
                                   เธอ กำแพง     กำแพง  เธอ
                            เธอ กำแพง                  กำแพง  เธอ
                         เธอ  กำแพง        ฉัน          กำแพง  เธอ
                            เธอ กำแพง                  กำแพง  เธอ
                                  เธอ กำแพง     กำแพง  เธอ
                                       เธอ  กำแพง  เธอ
                                                 เธอ 
     
     
     
    อย่า ยืนมองฉันเพียงลำพัง และ "ไกล" เกินไป
     
    ในระยะที่มองออกไปแล้วเจอ ..
     
    แต่ ไกล
     
    ฉันอาจจะรู้สึกเคว้ง และหนาว
     
     
      
                                                กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                        กำแพง                                     กำแพง
                       กำแพง                 ฉัน                   กำแพง                                                                                               เธอ
                       กำแพง                                        กำแพง
                        กำแพง                                     กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                                                กำแพง    
     
     
    ขอให้ เธอ อยู่กับฉัน
     
    ไม่ใกล้ ไม่ไกล
     
    ใน                       ระยะ  ห่            า                         ง         _____    ที่    _____ "   พ    อ    ดี   "
     
     
    มันคงทำให้ฉันรู้สึก อบอุ่น
     
    ปลอดภัย
     
    ไม่หวาดระแวง
     
    ไม่กลัว
     
    และไม่สูญเสียความเป็นตัวฉันเอง
     
    ตราบเท่าที่ฉันยังมี พื้นที่ของตัวเอง มีกำแพง และมีเธอ
     
     
     
                                                  เธอ
                                  เธอ                           เธอ
                   เธอ                       กำแพง                         เธอ
                                      กำแพง         กำแพง
          เธอ             กำแพง                           กำแพง                 เธอ 
                        กำแพง                                     กำแพง
      เธอ           กำแพง                 ฉัน                   กำแพง              เธอ
                       กำแพง                                        กำแพง
         เธอ         กำแพง                                     กำแพง            เธอ
                             กำแพง                           กำแพง
                 เธอ               กำแพง         กำแพง                เธอ
                                                กำแพง    
                                  เธอ                        เธอ
                                                  เธอ
                                             
     
    ขอให้มันเป็นแบบนี้
     
     
     
     
     
    ถึงแม้ตอนนี้ จะยังมีแค่ ฉัน พื้นที่ของฉัน และกำแพง
     
    ยังไม่มี เธอ
     
     
                                                กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                        กำแพง                                     กำแพง
                       กำแพง                 ฉัน                   กำแพง
                       กำแพง                                        กำแพง
                        กำแพง                                     กำแพง
                             กำแพง                           กำแพง
                                      กำแพง         กำแพง
                                                กำแพง    
     
     
     
     
    ไม่โกรธ ไม่เสียใจ ไม่ผิดหวัง และขอบคุณ
     
    "เธอ" บางคน ที่พยายามทำลายกำแพงเข้ามา
     
    "เธอ" บางคน ที่พยายามเข้าใกล้มากเกินไป
     
    "เธอ" บางคน ที่ยืนมองฉันอยู่ไกลๆ
     
    เพราะ "เธอ" เหล่านี้ ทำให้ฉันรู้ว่า "เธอ" ยังไม่ใช่ "เธอ" ที่ฉันต้องการ
     
     
     
     
     
     
     
    และสำหรับ "เธอ" ที่อยู่กับฉัน
     
    ไม่ใกล้ ไม่ไกล
     
    ใน                       ระยะ  ห่            า                         ง         _____    ที่    _____ "   พ    อ    ดี   "
     
     
     
    ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร
     
    ฉันยังอยู่ตรงนี้ ที่เดิม
     
    ขอบคุณล่วงหน้า
     
    ถ้าจะมีวันที่....
     
     
      
                                                  เธอ
                                  เธอ                           เธอ
                   เธอ                       กำแพง                         เธอ
                                      กำแพง         กำแพง
          เธอ             กำแพง                           กำแพง                 เธอ 
                        กำแพง                                     กำแพง
      เธอ           กำแพง                 ฉัน                   กำแพง              เธอ
                       กำแพง                                        กำแพง
         เธอ         กำแพง                                     กำแพง            เธอ
                             กำแพง                           กำแพง
                 เธอ               กำแพง         กำแพง                เธอ
                                                กำแพง    
                                  เธอ                        เธอ
                                                  เธอ
     
     
    ...........  มีฉัน มีพื้นที่ของตัวฉัน มีกำแพง และมีเธอ  .....................
     
      
     
     
     

    006  %5Bwallcoo.com%5D_ashu_04  %5Bwallcoo.com%5D_ashu_02 

    %5Bwallcoo.com%5D_ashu_02005827   023

     

     

    November 02

    นอนไม่หลับ

     
     
     
     
    นอนไม่หลับ
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    มันก้อแค่ ... นอนไม่หลับ
     
    แค่นั้นแหละ
    October 14

    ตามกระแส .. ก้อแค่นั้น

     
    บางทีก็คิดนะ
    การที่เราพยายามไขว่คว้าอะไรบางอย่าง
    มันเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆหรอ
    เราอยากได้มันเพราะอะไร
    แล้วพอไม่ได้ ก็ผิดหวัง บ้าบอ คิดอะไรมากมาย
    โดยที่ลืมไปว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยรู้สึกแบบนี้
    ลืมไปว่า เคยผิดหวัง แล้วก็ผ่านมันไปได้
    แล้วก้ออยู่ต่อไป ไม่เห็นตาย
    ใช้ชีวิตไป "ตามกระแส"  เหมือนเดิม
     
    หลายๆครั้งก็ดีใจ พอได้ในสิ่งที่อยากได้
    เป็นในสิ่งที่อยากเป็น
    โดยที่บางครั้งก้อไม่รู้หรอก ว่าทำไมต้องอยาก
    หรือมันเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆแล้วหรอ
     
     
    คงเหมือนน้ำแหละ
    ไหลๆไป
    อยู่ในสายที่ใหญ่หน่อย
    ก้อเป็นกระแสของคนหมู่มาก
    พอทำอะไรที่มันต่างไป หรือเลือกทางเลือกซักทาง
    ก้อหลงดีใจไป คิดว่าเราได้ทำอะไรในแบบของตัวเอง
    แต่สุดท้าย ก็แค่แยกไหลออกไป
    ไหลไปตามอีกกระแสนึง ก้อแค่นั้นเอง
     
    ถ้ามีแรงพอ แข็งแกร่งพอ ก้อดีไป อาจจะดันทุรังไปได้ถึงลำน้ำใหม่
    ใช้ชีวิตตามกระแสใหม่
     
    บางทีก้อแค่แหวกๆ หลบไปพักบ้าง
    สุดท้ายก้อต้องโค้งวนกลับมา ที่ลำน้ำเดิม
     
    คงมีซักวัน
    อาจยังไม่ใช่ตอนนี้
    ที่เราจะแข็งแกร่งพอ
    ที่จะลอง กัดเซาะ ต่อสู้ พยายามเดินทางไป ในทางที่เราต้องการ "จริงๆ"
    และเมื่อนั้น เราอาจจะได้เดินทางไปในทางของตัวเองโดยไม่มีจุดหมาย จนหมดแรง เหือดแห้งไป
    แต่ก้อได้ภูมิใจ ว่านี่คือความต้องการของ "กู"
     
    หรืออาจจะเดินทางไป จนเจอกระแสใหม่อีกครั้ง
     
     
     
     
    ชีวิตคนเรามันจะมีอะไรไปมากกว่า
     
    การใช้ชีวิตไปตามกระแส
     
    ก้อแค่นั้นเอง ..
     
     
    August 10

    ...คนในใจเธอ...

     
     
    คนในใจเธอ
    P2 Warship
     
     
     
     
    intro :
    Dmaj7/E/C#m/F#m/Bm/E/A/A(2times)

    A          D
    จะรอให้ใครสักคนหล่นมาจากฟ้าไกล....
    A          D
    สักคนที่เป็นดั่งใจอย่างที่ได้ฝัน....
    Bm          E
    ข้างในสมุดบันทึก...เล่มเก่า
    Bm         E
    เธอเขียนแต่คำว่าเหงาทุกวัน....

     

      Dmaj7 E   C#m  F#m
    * กาลเวลาที่เดินไปเร็วเสมอเธอเจอรึยัง
    Bm     E
    ทำไมมันยิ่งเลือนยิ่งลางออกไป....

     


               A     Dmaj7
    ** อาจจะเป็นกำแพง...หรือป่าว...
      Bm   E          A    Dmaj7
    ที่สร้างโดยไม่ตั้งใจ  อาจจะเป็นความหวัง...ที่สูงไป
    Bm   Emaj7  Dmaj7    E
    ยากจะปีนขึ้นมา  (คนดี ๆ ไม่มีวันลอยมาจากฟ้า...)
    Bm   E  A
    แต่ว่าเธอต้องหาเค้าเอง


    Dmaj7/E/C#m/F#m/Bm/E/A/A



    A              Dmaj7
    ได้เห็นดวงดาวสักดวงแค่ที่เธอฝันใฝ่....
    A              Dmaj7
    จะหามันได้จากไหนอย่างที่ได้ฝัน....
    Bm          E      Bm         E
    อะไรที่มีเงื่อนไข...มากเกิน...ย่อมยากที่เราจะค้น...พบมัน

    (ซ้ำ * , **)

    Solo :Dmaj7/E/C#m/F#m/Bm/E


          A     C#m
    อาจจะเป็นกำแพงหรือป่าว
    Bm    E          A    C#m
    ที่สร้างโดยไม่ตั้งใจ  อาจจะเป็นความหวังที่สูงไป
    Bm    E
    ยากจะปีนขึ้นมา 
    Dmaj7       E   Bm    E  Bm     E
    (คนดี ๆ ไม่มีวันลอยมาจากฟ้า  แต่ว่าเธอต้องหาเอา เปิดขอบเขตของใจเรา)
    Bm  E    A
    สักวันเธอจะพบเค้าเอง

     

    Picture 132

     

    August 07

    ..เล็กน้อย..

     

    วันนี้นั่งดูอะไร บางอย่าง เก่าๆ

    อะไรๆที่ผ่านมา ความทรงจำดีดีหลายๆอย่าง มันก้อทำให้กุน้ำตาไหลได้

     

    วันเวลา มันดูดกลืนความรู้สึกดีดีที่เคยมีให้หายไปได้จริงหรอ

    หรือเวลาที่ผ่านไป มันเปลี่ยนสิ่งที่ดีดี ให้กลับเป็นตรงกันข้ามได้

    โดยไม่เหลือความรู้สึกเก่าๆไว้เลย

    เหลือแค่อะไรที่เป็นรูปธรรม ที่เคยเก็บมันไว้เป็นหลักฐาน

    แค่ให้เราดู ให้เรารู้ และจำได้ ว่ามันเคยเกิดขึ้น แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว

     

    บางทีก้อคิดว่า อยากกลับไปทำให้ดีกว่าเดิม  (แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะมาคิดยังงี้วะ)

    ถ้าหลังจากนี้ กุจะทำให้มันดีกว่าเดิมล่ะ?

     

    มันก้อคงเป็นไปได้แค่บางอย่างมั้ง

    เพราะอีกหลายๆอย่าง มันคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับกุคนเดียว

    ความรู้สึกของคนเรา มันเปลี่ยนยาก

    แล้วก้ออะไรๆอีกหลายๆอย่าง

    กุว่ากุเคยพยายามหลายครั้งแล้วนะ

     

    กุไม่เข้าใจ

    ทำไมเวลาที่กุให้ความสำคัญกับอะไรมากๆ

    สิ่งนั้นมันชอบย้อนกลับมาทำร้ายความรู้สึกของกุเองเสมอ

    ตลอดเลย

     

    กุเคยคิดได้ ปลง และพยายามเข้าใจในสิ่งที่มันเป็นไป หลายครั้ง

    แต่สุดท้าย กุก้อต้องยอมรับอีกเหมือนกันว่า

    ยังไงๆกุก้อยังให้ความสำคัญกับมันอยู่ดี

     

    หรือบางที

    กุอาจจะแค่คิดมากไปเอง?

     

     

    y1p9BDZfctMtCGW1J6AQDHAyLvwJ0Hku11zC8duRH8QdMLdAtgi5PDfR52-a6iTmVsC

     

    July 15

    จมลึก

    หนีออกไปอยู่นอกโลกได้ซักเดือนนึงก้อคงดี
    มันไม่มีแรงโน้มถ่วง คว้างไป คว้างมา
    ดี
    จะได้ไม่ต้องรู้สึกเหมือนโดนอะไรเหนี่ยวรั้งไว้
    จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่ายึดจมอยู่กับอะไรๆ
    อะไรก้อช่างแม่งเถอะ
    กุไม่อยากรู้
     
    ครั้งแรกนะ ที่ส่องกระจกแล้ว ไม่รู้ว่าใครอยู่ในกระจก
    กุไม่รู้ว่าคนในกระจกคิดอะไรอยู่
    กุไม่เข้าใจความรุสึกเค้า
    กุมองตาเค้าแล้ว
    กุกลับไม่เห็นอะไรเลย
    เหมือนกุไม่เคยรุจักคนคนนี้เลย
    กุเสียใจ
    กุรุสึกว่า มันเฉยชา แข็ง
    ถึงกุจะเห็นเค้าร้องไห้ก้อเหอะ กุว่าเค้าเก็บความอ่อนแอได้มิดเลย
    ขนาดกระทั่งกุไม่รู้เนี่ย มันมากเกินไป
    กุไม่ชอบให้มันเป็นแบบนี้
    กุรุสึกดีทุกครั้ง ที่ส่องกระจกแล้วได้มองเห็น
    เห็นความคิด เห็นความรู้สึก เห็นทุกๆอย่าง
    แต่คราวนี้ มันไม่ใช่
    เข้าใจมั้ย แบบนี้มันไม่ใช่ตัวกุ

    ไม่เคยเป็นแบบนี้จริงๆ
    เวลาอยู่กับตัวเอง
    กุรู้ตัวเองเสมอนะ แล้วกุก้อยอมรับตัวเองด้วย
    กุไม่ใช่คนเข้มแข็งอะไรขนาดนั้น
    ถึงหลายๆ กุจะแสดงออกว่ามันเป็นแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นก้อเหอะ
    แต่คราวนี้กุแพ้
    กุเจาะเข้าไป ไม่ถึง
    ไม่ถึงอะไรบางอย่าง ที่มันอยู่ในตัวกุเนี่ยแหละ
    อะไรทำให้มันเป็นแบบนี้
    กุรุสึกเหมือนตัวเองออกห่างไป จากทุกอย่าง รอบตัว
    รุสึกว่าจมลึกเข้าไปในอะไรบางอย่าง
    มันลึกจริงๆ
    กุก้อไม่รู้เหมือนกัน ว่ากุกลัวรึเปล่า
    เพราะกุมองหาไม่เจอ กุเข้าไปไม่ถึง
    อยู่กับตัวเองมา 21 ปี
    เพิ่งรู้สึกเป็นครั้งแรกว่า ยิ่งนานไป ยิ่งหาตัวเองไม่เจอ
    กุโดนอะไรกดทับไว้กันแน่
     
    แย่
    มันแย่ตรงที่ กุก้อรู้นะ ว่ามีคนเป็นห่วงกุ
    ถึงมันจะน้อยมาก แต่ก้อยังดีกว่าไม่มีเลยวะ
    แต่เชื่อเหอะ ไม่มีใครเข้าใจกุจริงๆ หรอก
    ใครที่คิดว่าตัวเองเข้าใจกุ บอกกุหน่อยเหอะ
    แต่กุก้อรู้สึกดีนะ
    กุแคร์ความรุสึกทุกคนที่แคร์กุแหละ
    ถ้าเค้ารู้ว่ากุรุสึกแย่ เค้าก้อคงรุสึกแย่ไปด้วย ไม่สบายใจเปล่าๆ
    เพราะงั้น อย่ารู้เลย ว่ากุเป็นอะไร
    มันเป็นสิ่งเดียวของความเป็นกุ ที่ยังเหลืออยู่ในตัวกุ
    กุไม่ชอบให้ใครรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร
    ไม่ใช่เหตุผลที่ว่ากุต้องดูเข้มแข็งในสายตาคนอื่นหรอก
    แต่กุแค่ไม่อยากให้เค้ามาเสียเวลาในความงี่เง่าของกุ ก้อแค่นั้น
     
    มันปกติแหละ ที่กุจะปิดตัวเองจากคนอื่น
    แต่ตอนนี้มันไม่ปกติ ที่กุปิดตัวเองจากตัวเอง
     
    เออ กุเครียด
    ไม่นานหรอก เด่วกุก้อคงหาย
    แล้วกุก้อจะกลับมาเป็นคนเดิม ที่รู้จัก และรักตัวเองมากกว่าใครๆ
    เด่วกุก้อหัวเราะ

    แล้วกุจะกลับมาลบบล๊อกนี้ เพราะ นี่มันไม่ใช่ตัวกุ จริงๆ
     
    June 21

    ..บางที...

     
    "โชคชะตาเป็นผู้กำหนดให้คู่แท้สองคนต้องมาพบกัน เรา 'ต้อง' ได้พบคนคนนั้น
    แต่เราเลือกที่จะทำอะไร อย่างไร หลังจากที่ได้พบกันแล้วสุดแท้แต่ใจเรา สุดแท้แต่ทางที่เราเลือกเดิน
    การเลือกทางผิดหรือปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปสามารถพาชีวิตเราไปสู่ความโดดเดี่ยวอ้างว้าง
    และทุกข์ทรมานไปตลอดทั้งชาตินี้เลยก็ได้
    หากเราเลือกทางถูกหรือคว้าโอกาสนั้นไว้ ก็สามารถนำเราไปสู่ความสุขสมหวังตลอดชาติภพนี้ที่เราเกิดมาก็ได้เช่นเดียวกัน"
     
    ............
     
    จากหนังสือ เราจะข้ามเวลามาพบกัน [Only Love is Real]  หน้า 14 ย่อหน้าที่ 2
     
     
     
    ถ้าเป็นอย่างนี้จริง
    หลายครั้งในชีวิตเราที่ผ่านมา
    เราคง 'เลือก' ที่จะปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป หลายต่อหลายครั้ง
    ถึงแม้จะรู้ตัวว่าเป็นแบบนี้ตลอดมา
    แต่เราก็ไม่สามารถบอกกับตัวเองได้อย่างจริงจังว่า
    'ต่อไปฉันจะไม่ทำแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว'
    หรือ 'ฉันจะเลือกทำในสิ่งที่อาจจะทำให้สุขสมหวัง'
    เพราะอะไรบางอย่าง ที่เราเรียกมันว่า ความเป็นตัวเรา
     
    หรือบางที
     
    จริงๆแล้ว อาจจะยังไม่เคยมีคนคนนั้น ที่ทำให้เรารู้สึกมากพอที่จะไม่ปล่อยเค้าไปก็ได้
     
    บางที..ซักวัน
    เมื่อเราเจอคนที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้
    เราอาจจะทำไป โดยไม่คิดยั้ง ไม่รั้งรอเลยก็เป็นได้
     
    อยากเห็นตัวเอง เป็นแบบนั้นบ้าง
    เป็นคนที่ทำได้ทุกๆอย่าง ในสิ่งที่ใจต้องการ
    เป็นคนที่ไม่ต้องคอยรู้สึกไม่ดี หรือรู้สึกผิด เวลาที่อยากจะทำอย่างที่ใจต้องการ
     
    "อยากเป็นคนที่ทำในสิ่งที่หัวใจต้องการ...ได้สักที"
     
     
     
    May 01

    จดหมาย .. ถึง ความเหงา

     
    สวัสดี ความเหงา
     
    เธอเป็นไงบ้าง  เธอสบายดีมั้ย
    ทำไมเธอเงียบหายไปนานแบบนี้ล่ะ ฉันคิดถึงเธอจังเลย
    นานแค่ไหนแล้ว ที่เธอไม่ได้แวะมาเยี่ยมฉันเลย เธอใจร้ายจริงๆ
    ช่วงนี้เพื่อนๆของฉันหลายคน บอกฉันว่าเธอแวะไปเยี่ยมพวกเค้าด้วยละ
    แต่มีบางคนก้อบ่นๆนะ ว่าเธอน่ะ ไปหาเค้าบ่อยเกินไป อยู่กับเค้านานเกินไป
    จนทำให้พวกเค้าไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลย เพราะมัวแต่ใช้เวลาอยู่กับเธอ
    บางคนก้อไม่ต้อนรับเธอ ขับไล่เธอไป เพราะเค้ารู้สึกว่าชีวิตของพวกเค้าวุ่นวายเกินไป ที่จะรับเธอเข้ามา
     
    ฉันไม่เห็นด้วยกับพวกเค้านักหรอกนะ พวกเค้าน่ะ "เหงาไม่เป็น"
    ฉันคิดว่าที่เค้าไม่ชอบอยู่กับเธอ คงแค่เพราะพวกเค้ากลัวโดดเดี่ยว แค่นั้นเอง
    แต่ฉันกลับคิดว่าทำไมฉันต้องกลัวความโดดเดี่ยวด้วย ในเมื่อยังไงๆ คนเราก้อหนีความโดดเดี่ยวไม่พ้นอยู่ดีแหละ
    พวกเค้ายังไม่เรียนรู้วิธีที่จะอยู่กับเธออย่างมีความสุขมากกว่า
    ฉันพยายามบอกพวกเค้าแล้วนะ ว่าฉันชอบที่จะอยู่กับเธอมากแค่ไหน
    เธอทำให้ฉันค้นพบอะไรหลายๆอย่าง
     
    แต่ก็นั่นแหละ ก่อนที่ฉันจะมาถึงตรงนี้ได้ ฉันเองก็เคยไม่ชอบที่จะอยู่กับเธอเหมือนกัน
    แต่พอฉันลองใช้เวลา อยู่กับเธอ มีแค่เธอกับฉัน มีแค่ฉันกับเธอ .. ฉันกับความเหงา
    ฉันก้อได้รู้ว่า ฉันมองอะไรได้ลึกขึ้น ได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะ ในความเป็นตัวฉันเอง
     
    ขอบคุณเธอนะที่เธอทำให้ฉันเรียนรู้ว่า บางทีการที่ฉันใช้ชีวิตแบบวุ่นวายเกินไป
    โดยไม่ยอมเหงาเลย มันก็เหนื่อยเหมือนกัน
    เธอทำให้ฉันรู้ว่าบางที รสชาติเค็มๆของน้ำตามันก้อไม่ได้แย่อะไรมากมาย
    เธอทำให้ฉันฟังเพลงบางเพลงได้เพราะขึ้นกว่าเดิม
    เธอทำให้ฉันรู้ว่า ถึงแม้ฉันจะมีรายชื่อและเบอร์โทรหลายร้อยเบอร์ในโทรศัพท์
    แต่จริงๆแล้วฉันไม่ได้อยากคุยกับใคร ฉันอาจจะแค่อยากอยู่เงียบคนเดียว
    บางที ฉันก็สามารถเดินไปพร้อมๆกับเธอได้ ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
    เธอก็พร้อมจะยิ้มให้ฉันเสมอๆ ทุกครั้งที่ฉันมองเธอ
    เธอเป็นคนกระซิบกับฉันว่า เมื่อเหนื่อยแล้ว ฉันควรจะหยุดพักเสียบ้าง และพอฉันลองที่จะทำตามเธอดู
    มันทำให้ฉันรู้ว่า ฉันเริ่มเปิดใจ และยอมรับ ที่จะอยู่กับเธอมากขึ้น
    เธอสอนฉันทีละอย่าง ในทุกครั้ง ที่ฉันใช้เวลาอยู่กับเธอ
    จนตอนนี้ ฉันอาจจะหลงรักเธอเข้าแล้วก็ได้
     
    ตลกดีนะ จะมีใครเข้าใจฉันมั้ยนะ ถ้าฉันจะบอกพวกเค้าว่า
    ฉันเป็นผู้หญิงที่หลงรักความเหงา
     
    แต่ตอนนี้
    เธอไม่มาหาฉันนานแล้วนะ
    ฉันกลัว
    ฉันกลัวว่าเธอจะหายไป
    ถ้าเธอหายไป ฉันคงไม่ได้พบเจอ ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่
    สิ่งดีดี ที่มักจะเกิดขึ้นเสมอ เฉพาะเวลาที่อยู่กับเธอ
    ฉันกลัวว่า ถ้าเธอหายไปนาน
    แล้วเมื่อเธอมาอีกครั้ง ฉันจะลืมวิธีที่จะอยู่กับเธอ ฉันจะลืมที่ฉันคิดว่าตัวเอง "เหงาเป็น" 
    ฉันไม่อยากที่จะเรียนรู้เธอใหม่
    ฉันไม่อยากกลับไปเป็นคนที่กลัวความเหงาอีกครั้ง
     
    ที่ฉันเขียนจดหมายถึงเธอ ฉันก็แค่อยากจะบอกเธอว่า
    มาหาฉันด้วยนะ
    แวะมาเยี่ยมฉันด้วย
    หลังจากที่เธอไปหาคนอื่นแล้ว
    ขอแค่เธออย่าลืม ว่าฉันรอเธออยู่
    ฉันหวังว่าเธอจะมา อาจจะเป็นคืนนี้ คืนพรุ่งนี้ หรือวันมะรืนทั้งวัน
    ฉันจะรอ ...
     
     
    ปล. ฉันลืมบอกเธอไปว่า วันนี้น่ะ ฉันแก่ขึ้นกว่าเมื่อวานตั้ง 1 วันแล้วนะ .. แค่นี้แหละ
     
     
    จาก .. ผู้หญิงที่หลงรักความเหงา
     
     
    4aa2e64c7-993c-47fa-9a56-d93e6a2c2ea0
    April 23

    something...

     
    อยู่นิ่งๆ .. หลับตา .. ไม่ต้องทำอะไร .. ไม่ต้องคิดอะไร ..
    อยู่แบบนี้สักพัก .. พักใหญ่ๆ .. มันก้อทำให้รู้สึก ... รู้สึกยังไง .. บอกไม่ถูก .. แต่มันรู้สึกดีนะ
     
    ความรู้สึก มันเหมือนกับทุกอย่างรอบตัวกำลังหมุนคว้างอยู่ในความมืด
    ข้างนอกดูสับสนวุ่นวาย มีเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจ
    แต่น่าแปลก กลับไม่มีการเคลื่อนไหวหรือแม้แต่เสียงใดๆที่สามารถผ่านเข้ามากระทบถึงตัวฉันได้
    ปล่อยให้ข้างนอกเป็นไปอย่างนั้น แล้วค่อยๆเลื่อนสายตาไปยังส่วนหนึ่งในร่างกายของฉัน
    ที่ฉันเองยังไม่แน่ใจว่ามันกำลังทำงานอยู่หรือไม่
     
    .. "สมอง" ..
     
    ถึงจะบอกว่าไม่คิด แต่ยังไงเสียมันก้อต้องคิดจริงมั้ย?
     
    นั่นไง ฉันเจอแล้ว มันอยู่ตรงนั้นเอง ความคิดที่อยู่ในสมองตอนนี้ มันบางเบาเสียจนเกือบมองไม่เห็น
    ฉันพยายามเงี่ยหูฟัง  สมอง..มันกระซิบบอกฉันว่า
     
    "ฉันอยาก .. อยากไปที่แห่งหนึ่ง ที่ที่ไม่เคยมีใครไปถึง คิดดูสิมันจะสวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน
    อยากอ่านหนังสือที่ยังไม่เคยมีใครเขียน .. มันคงทำให้ฉันสนุกและซาบซึ้ง จนวางไม่ลง
    อยากฟังเพลงที่ยังไม่เคยมีใครร้อง .. มันคงจะเป็นเพลงที่เพราะที่สุดเท่าที่ฉันเคยฟังมา
    และสุดท้าย .. อยากคิดถึงเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้  มันจะต้องเป็นเรื่องที่ดีที่สุด
    และทำให้ฉันมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงมันมากแน่ๆ"
     
    ฉันไม่เข้าใจตัวเอง  ฉันยังไม่เข้าใจ .. ว่าทำไมสมองถึงคิดแบบนี้
    แต่ฉันเชื่อแบบนี้จริงๆนะ เชื่อโดยที่ไม่เข้าใจ และฉันก็ไม่คิดว่าฉันอยากจะรู้เหตุผล
    ไม่สิ มันมากกว่าเชื่อ .. มันเป็นความเชื่อมั่นต่างหากล่ะ
     
    ถ้าฉันมีเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ให้คิดถึง สักเรื่องหนึ่ง
    มีเพลงที่ยังไม่เคยมีใครร้องไว้ฟังเอง สักเพลงหนึ่ง
    มีหนังสือที่ยังไม่เคยมีใครเขียนไว้อ่าน สักเล่มหนึ่ง
    และได้ไปในที่ที่ไม่เคยมีใครไป สักที่หนึ่ง
    ฉันคงพูดได้อย่างเต็มปาก และไม่มีข้อกังขาใดๆว่า
    ณ เวลานั้น ฉันเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก
     
    ฉันจะต้องตามหาสิ่งเหล่านี้ให้เจอ ... เชื่อฉันสิ !!!!
     
    x1pc_jqddVOWRlAVR9K46WKIEZ3ZlALDOBgAq3ho646Y6IGbfcaKIQ5G4q5EgOHtUjZXxRpfwqfSYqEuykWG3Snk63mx9OdoLDlX91RyUGxej3jCw0ynW5amXnwHTfPSZYfr5AHFVN0D6g
     
     
    ปล.ที่ศูนย์จุดศูนย์ ถ้าคุณอ่านแล้วไม่เข้าใจในสิ่งที่ฉันคิดและเชื่อ โปรดอย่าหาว่าฉันบ้า เพราะฉันไม่ได้บ้า แค่ไม่ได้คิดเหมือนคุณ
    แต่ถ้าคุณเคยคิดเหมือนฉัน หรือเข้าใจความรู้สึกของฉันจริงๆ (ฉันหมายถึงว่า "จริงๆ") นั่นมันคงทำให้ฉันดีใจมาก
     
    ปล.ที่ศุนย์จุดหนึ่ง เขียน ณ เวลา 10.42 ในออฟฟิศลูกค้า พี่ๆที่ออฟฟิศอาจจะเห็นว่าหนูกำลังตั้งใจทำงาน
    ก้มหน้าก้มตาดูเอกสาร แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ ขอโทษที่หนูแอบอู้ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆ อารมณ์นี้จู่ๆมันก้อแว่บขึ้นมาเองนี่นา
     
      
     
    April 15

    ...Gu's Life...

     
    ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่อ่อนไหว
     
    ฉันไม่ใช่คนตลกหรือเฮฮา แต่ทุกเสียงหัวเราะ ฉันไม่เคยเสแสร้ง
     
    ฉันไม่ใช่คนสวย แต่ฉันชอบยิ้มและวิ่งเข้าไปหากล้อง
     
    ฉันไม่ใช่คนเล่นกล้อง แต่ฉันรู้สึกตื่นเต้นเสมอเมื่อได้มองมุมต่างๆผ่านเลนส์
     
    ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อโฟโต้ชอป แต่ในเวลาว่างฉันก็เพลิดเพลินไปกับมัน
     
    ฉันไม่ใช่คนที่เขาเรียกกันว่าพวกอารมณ์ศิลปิน แต่ฉันก็ชอบที่จะมองและชื่นชมเขา และผลงานของเขา
     
    ฉันอาจจะไม่เข้าในผลงานบางอย่างที่เค้าว่ากันว่ามันอาร์ท มันเจ๋ง แต่ฉันก็เคยไม่พยายามที่จะเสแสร้งว่าฉันเข้าใจ เพื่อทำให้ตัวเองดูน่าค้นหา
     
    ฉันไม่ใช่คนวาดรูปเก่ง แต่ฉันรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่นั่งมองรูปที่ฉันวาดเอง
     
    ฉันไม่ได้เป็นนักดนตรี แต่ฉันรู้สึกอิ่มเอมทุกคราวที่ได้เล่นกีต้าร์ หรือนอนหลับตาฟังเพลง
     
    ฉันไม่ใช่คนร้องเพลงเพราะ แต่ฉันก็มักจะฮัมเพลงเวลาอาบน้ำ เดิน หรือแม้กระทั่งนั่งอยู่เฉยๆ
     
    ฉันไม่ใช่หนอนหนังสือ แต่ฉันหลุดเข้าไปในโลกของตัวหนังสือเสมอๆ และอยู่กับมันได้โดยไม่เคยเบื่อ
     
    ฉันไม่ได้เป็นนักเขียน แต่ฉันรักการเขียน และมีความสุขทุกครั้งที่ได้เริ่ม ... "เขียน"... 
     
    ฉันไม่ได้เป็นคนดีของสังคม แต่ฉันก็พยายามที่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
     
    ฉันอาจจะไม่ได้เป็นที่รักของใครต่อใคร แต่ฉันก็รักและจริงใจกับทุกคน ที่ฉันรู้สึกว่าเขา "รัก" และ "จริงใจ" กับฉันเช่นกัน
     
     
     
    DSC_0745
     

     
    April 06

    "โชคชะตา" หรือ "ความบังเอิญ" .... "ผิดที่เราเจอกันช้าไป ??"

     

     

    โชคชะตานำพาให้เราได้เจอะเจอกัน ... ทำให้เธอและฉันใกล้กัน .......

     

    …………

     

    …..

     

    หรือเราเดินมาไกลได้เพียงแค่นี้ .. เท่านั้น

     

    ......

     

    โชคชะตาที่ทำให้เราได้รักกันมันอยู่ไหน ........

     

     

    2-3 วันที่ผ่านมานี้ ฉันกำลังคิดเรื่องโชคชะตาอยู่

    จากหลายๆเรื่องที่ได้รับรู้มา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใครต่อใครหลายคนที่อยู่รอบข้าง

    หรือย้อนคิดไปถึงเรื่องของตัวเอง

    ในบางทีที่ผ่านมา ที่ฉันสามารถนั่งฟังเพลงนี้ได้เพลงเดียวซ้ำไปซ้ำมาทั้งคืน

     

    พยายามคิดว่า คำว่า โชคชะตา มันมีจริงหรือเปล่า

     

    หรือมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ

    จนหลายๆคนมักจะคิดไปเองว่าสิ่งนั้นมันเรียกว่าโชคชะตา

     

    หรือที่จริงแล้ว มีใครคอยมองเราอยู่ และขีดเส้นทางของแต่ละคนไว้

    วันไหนนึกสนุกขึ้นมา อยากจะแกล้งใคร ก็สามารถกำหนดให้มันเป็นไปได้ดังใจ

    อยากจะให้คนนั้นคนนี้เจอกัน อยากให้จากกัน ก็สามารถทำได้ งั้นหรอ?

    ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันสงสารคนคนนั้นมากเลย

    เค้ากำหนดเส้นทางของคนอื่น ในขณะที่เค้าเองก้อไม่รู้หรอกว่า

    มีใครที่กำหนดให้เค้าทำอย่างนั้นอีกทีนึงหรือเปล่า

     

    ...

     

    ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็เป็นคนคนนึงที่เชื่อเสมอมา

    ว่าคนเรากำหนดชีวิตและทางเดินของตัวเอง

    ในความเป็นตัวเรา ในสิ่งที่เราสามารถกำหนดได้

    ส่วนเรื่องที่เรากำหนดไม่ได้ มันก็คงเป็นแค่ ความบังเอิญ

    ที่มันบังเอิญดูเหมือนจะ น่าขำ หรือไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในหลายๆเรื่อง

     

    ถึงแม้ในหลายๆ ครั้ง ฉันก็อยากจะเชื่อใน โชคชะตา อยู่มากเหมือนกัน

    แต่ คงต้องรอให้มันเกิดขึ้นกับฉัน ..

    คงต้องรอให้มันวิ่งมาชนฉันดังโครมเข้าจังๆสักทีนึงก่อนมั้ง

    ฉันถึงจะยอมเชื่อได้อย่างสนิทใจ

     

    …………………….

     

     

    ………..

     

     

    ก็รู้เป็นไปไม่ได้ ยังฝืนในความรู้สึก ในส่วนลึกฉันรู้เธอมีใครอยู่
    ก็รู้ในความเป็นจริง แต่ก็ยังจะแอบเฝ้าดู ทั้งๆ ที่รู้เป็นได้แค่เพียงเท่านั้น

    ………………………………..

     

    ผิดที่เราเจอกันช้าไป ไม่มีวันจะมารักกัน

     

    ......................

     

    (ดีเจมันเป็นไรของมันฟะ ... เปิดเพลงแต่ละเพลง ... เพื่อกรูเลยปะเนี่ย !!! )

     

    ผิดที่เราเจอกันช้าไป  ประโยคนี้มันจริงหรอ??

     

    ฉันเคยได้ยินเพื่อนหลายๆคนร้องประชดฉันบ่อยๆ

    มักจะเป็นหลังจากการสนทนา เรื่องสัพเพเหระ

    ที่จะต้องโยงเข้าไปถึงเรื่องความรู้สึก ความรัก

    กิ๊ก เด็ก แฟน ชู้ เพื่อนสนิท พี่น้องร่วมโลก คนรู้จัก หรืออะไรก็ช่าง

     

    ก็มึงมันเรื่องมาก โน่นก้อไม่ดี นี่ก้อไม่ถูกใจ ฯลฯ

    ป่าว กุไม่เคยตั้งเสปคเลย แค่เจอแล้วใช่ กุก้อพอแล้ว...

    มันมีคนแบบนั้นในโลกด้วยหรอ

    มีดิ  แค่เค้าคือคนที่ใช่สำหรับกุ แต่กุไม่ใช่สำหรับเค้า...

    นั่นก้อเพราะ มึงไม่ทำเหี้ยไรซักอย่างไง ชอบแล้วก้อไม่ทำไร เค้าจะรู้มั้ย

    ...ไม่ไง คือมึงเข้าใจป้ะ ว่าถ้าเค้าไม่ได้มีแฟนอยู่แล้ว เค้าก้อชอบคนอื่นอยู่...

    ผิดที่เราเจอกันช้าไป .. ว่างั้น

    คงงั้นมั้ง...

     

    ถึงฉันจะตอบไปแบบนั้น แต่ความจริงแล้วฉันว่ามันไม่จริงหรอก

    ฉันไม่เคยรู้สึกว่า ผิดที่เราเจอกันช้าไป เลยสักนิด

    เรื่องนี้มันเกี่ยวกับ โชคชะตา ด้วยรึเปล่านะ

    ที่ใครบางคนจะต้องได้พบกัน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

     

    ฉันเชื่อ และเชื่อมาตลอดว่า

    ไม่ว่าฉันจะได้เจอ หรือได้รู้จักกับใคร เวลาไหน

    นั่นมันเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดตามที่มันควรจะต้องเป็นแล้ว

     

    ในหลายๆคนที่ได้รู้จักกัน ได้พบกัน

    หลายๆคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

    ฉันได้รู้จักกับพวกเขาเหล่านั้นในเวลาที่เหมาะสมเสมอ

    ฉันดีใจที่ได้เจอกับเขาในวันนั้น ไม่ใช่เมื่อวาน หรือวันพรุ่งนี้

    ถึงแม้บางที สถานะมันอาจไม่ได้เป็นอย่างที่อยากให้เป็น

    หรือมันอาจจะไม่ได้มีความเป็นไปอย่างที่คาดหวัง

    แต่ฉันก็เชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

     

    ฉันจะรู้ได้อย่างไร ว่าถ้าเราเจอกันเร็วกว่านี้ 1 ปี

    อะไรๆมันจะดีกว่าที่เจอกันวันนี้

     

    วันนั้น ตัวฉันอาจไม่ใช่ตัวฉันในวันนี้

    เค้า ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเค้าในวันนี้

    แล้วสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น มันก็คงไม่ได้เป็น อย่างที่มันเป็น ณ ขณะนี้

     

    แล้วถ้าเราเจอกันช้ากว่านี้ซัก 1 วันล่ะ

    ฉันจะเป็นอย่างตัวฉันที่เค้ารู้จักในเมื่อวานมั้ย

    และเค้าก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างตัวเค้าที่ฉันรู้จักในเมื่อวานเช่นกัน

     

    และที่สำคัญ ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่า

    ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อเจอเค้าในวันพรุ่งนี้

    หรือเค้าจะว่าง เพื่อที่จะต้องเดินทางมาพบ มารู้จักกับฉันมั้ย?

     

    ในบางครั้ง การพบเจอกับผู้คนเหล่านั้น

    อาจสร้างประสบการณ์ที่เลวร้าย หรือสร้างความเจ็บปวดให้กับฉันบ้าง

    เมื่อฉันผ่านพ้นมันมาได้

    ฉันก็ได้ค้นพบว่า ฉันได้เรียนรู้ในเวลาที่เหมาะสม

    บ่อยครั้งที่ฉันนึกขอบคุณ ทุกๆความเป็นไปที่เกิดขึ้น

    ฉันคงไม่สามารถค้นพบมันได้ด้วยตัวเอง

    หากแต่เป็นเค้าเหล่านั้น ที่เข้ามาสร้างมันให้เกิดขึ้นกับฉัน

     

    ดังนั้น ไม่ว่าฉันจะได้รู้จักกับใคร ในเวลาไหนๆ

    และมีสิ่งใดเกิดขึ้นในความสัมพันธ์นั้น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม

    ฉันคิดว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

     

    มันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นบนโลกนี้

    เรื่องที่ดีในระดับนึง ที่เป็นไปได้แค่นี้ก็พอใจหรือจำเป็นต้องยอมรับ

    เพราะไม่สามารถเรียกร้องให้มันเป็นไปได้มากกว่านี้

    หรือเป็นเรื่องที่สร้างความเจ็บปวดให้กับฉัน

     

    ฉันนึกขอบคุณสิ่งๆนั้นเสมอ

    สิ่งที่นำพาให้ฉัน และเค้า

    เค้าคนนี้ที่ผิวขาว เค้าคนนั้นที่คิ้วเข้ม เค้าคนโน้นที่ตากลมโต เค้าคนที่ตัวสูง

    และเค้าทุกคนที่ได้ผ่านเข้ามาพบ และรู้จักกัน ณ เวลาที่เหมาะสมที่สุด

    ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน พี่ น้อง

    หรือในหลายๆรูปแบบความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้

     

     

     

    แต่ฉันเองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่า

     

    สิ่งๆนั้น ที่ฉันขอบคุณ ใน 7 บรรทัดที่แล้ว

     

    มันคือ สิ่งที่เรียกว่า โชคชะตา หรือ ความบังเอิญ

     

    ......

     

     

     

    475ca3136-166b-4ae4-a819-a360ddc2aacc

     

    March 31

    ณ วันที่ 31 มีนาคม

     

    กลับมาถึงห้อง

    วางกระเป๋า ... เอนตัวลงที่นอน แล้วกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องที่รกรุงรังเหลือเกิน ..

     

    หนังสือกองโตที่ซื้อมา 22 เล่ม ... กองไว้ ตั้งแต่วันที่ซื้อ .. ไม่แม้แต่จะหยิบออกมาจากถุง แล้ววางให้เป็นระเบียบ

     

    กีต้าร์ที่พิงอยู่ข้างฝา ... ฉันไม่ได้จับมันมาเป็นอาทิตย์แล้ว .. สายมันจะเพี้ยนรึยังนะ มันจะน้อยใจฉันมั้ย

     

    ข้างๆ มีหนังสือเพลงเล่มหนึ่งวางอยู่ ซื้อมาเดือนกว่าแล้ว แต่ยังไม่เคยแม้แต่จะเปิดเล่นซักเพลง  มันจะโกรธฉันมั้ย

     

    ไดอารี่เล่มเก่า นอนอยู่เงียบๆ ข้างหมอน ... นอนนิ่งๆ

    ก่อนนอนทุกคืนฉันจะมองมัน มันก้อมองฉันเช่นกัน

     

    ฉันคิดในใจว่า ขอโทษนะ วันนี้เค้าเหนื่อยเหลือเกิน แต่ยังไงๆ เค้าก้อจะพยายามเล่าเรื่องให้เธอฟังในวันพรุ่งนี้นะ ฉันคิดแบบนี้มาเป็นเดือนแล้ว .. แต่ไม่เคยทำได้  “ขอโทษจริงๆ เจ้าไดอารี่

     

    บางทีฉันก็แอบคิดว่า ไดอารี่มันจะกำลังคิดอยู่รึเปล่าว่า เธอน่ะ ทิ้งฉันมาเป็นเดือนแล้วนะ  ฉันไม่มีความหมายกับเธอแล้วหรือไงถ้าไดอารี่คิดแบบนี้จริงๆ ฉันคงรู้สึกผิดมาก มาก แน่ๆ

     

    คอมพิวเตอร์ เพื่อนที่พาให้ฉันได้เข้าไปสู่โลกใบใหญ่ ให้ฉันได้เจอใครอีกหลายๆคน

    ... มันหลับอยู่อย่างสงบ ...

    ฉันสัญญากับมันไว้หลายเดือนแล้ว ว่าฉันจะจัดระเบียบให้มันใหม่ ฉันจะทำให้มันสะอาด เอี่ยมอ่อง เร็วขึ้น ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นทิ้งไป

    .. จนป่านนี้ ฉันยังไม่ได้เริ่มแม้แต่นิดเดียว ..

     

    อัลบั้มรูป .. มันมีความเป็นตัวฉันอยู่ในนั้น ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ฉันเคยคิดว่า ฉันจะนั่งจัดมันใหม่ เรียงรูปให้เป็นระเบียบ อาจจะซื้อมาเพิ่มอีกซักเล่ม ให้มันมีเพื่อน รูปฉันมันคงเยอะเกินกว่าที่หนึ่ง เล่มจะรับได้แล้ว

     

    ระเบียงห้อง ที่ที่ฉันชอบออกไปยืนเป็นประจำ สามารถยืนได้เป็นชั่วโมงๆ โดยไม่ทำอะไร เป็นที่ที่เคยไปนั่งฟังเพลง  อ่านหนังสือ  ดีดกีต้าร์ร้องเพลง นั่งคุยโทรศัพท์ นั่งกินข้าว และอีกหลายๆอย่าง อย่างน้อยที่สุด ฉันต้องออกไปยืนที่ระเบียงนานๆ ในทุกๆคืน .. แต่ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้วล่ะ

     

    ... อะไรมาทำให้ฉันเปลี่ยนไป ... อะไรมาทำให้ฉันพูดคำๆหนึ่งติดปากอยู่เสมอว่า ไม่มีเวลา

    ฉันเคยเกลียดคำพูดคำนี้นะ  ฉันรู้สึกว่ามันเป็นแค่ข้ออ้างของคนที่แบ่งเวลาไม่เป็น

    แค่ข้ออ้างของคนไม่มีความพยายาม

    แต่ฉันกลับกลายเป็นคนพูดมันซะเอง

     

    และตอนนี้ฉันก็เริ่มที่จะรับตัวเองไม่ได้ กับทุกๆอย่างที่เป็นอยู่

    รับไม่ได้กับสถานการณ์ตอนนี้

    มันไม่ใช่ตัวฉัน

    ฉันต้องได้ทำในทุกๆอย่างที่ฉัน อยากทำ และแน่นอนที่สุด มันต้องไม่กระทบกระเทือนกับสิ่งที่ฉัน ต้องทำ

    ทุกอย่าง ต้องดีที่สุดเท่าที่ฉันจะสามารถทำได้ และได้พยายามแล้ว

    ไม่ใช่ไม่พยายามเลยแบบนี้

     

     

    ก่อนหน้านี้ไม่เกิน  3 ชั่วโมง

    ฉันคิด ตลอดเวลา และฉันก็ทำตัวเป็นเด็ก โดยการโทษนู่นโทษนี่

     

    โทษหน้าที่ .. โทษความรับผิดชอบ ทำไมคนเราต้องมีหน้าที่ หรือความรับผิดชอบด้วย

     

    โทษความเป็นผู้ใหญ่ ... ความเป็นผู้ใหญ่มันแย่งพื้นที่ความเป็นเด็กในตัวฉันไป

    ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ฉันไม่เห็นอยากโตเลย ฉันเกลียดความเป็นผู้ใหญ่

     

    โทษสังคม  ที่ตั้งค่านิยม ตั้งกฎเกณฑ์อะไรซะมากมาย ให้เราต้องทำตาม

     

    ฉันโทษทุกๆอย่าง โดยเฉพาะ ความเป็นผู้ใหญ่

     

    เดิมที ฉันตั้งใจจะอัพเสปซนี้เพื่อ เกลียดความเป็นผู้ใหญ่ ที่มันความแย่ง ความเป็นเด็ก ในตัวฉันไป

     

    แต่เมื่อไม่เกิน 3 นาทีที่แล้ว ฉันก็ตระหนักได้ว่า

    ความเป็นผู้ใหญ่ มันทำให้ฉันเรียนรู้ เติบโต แข็งแกร่ง และมีภูมิต้านทาน สามารถยืนหยัด และฟันฝ่าหลายๆเรื่องมาได้จนถึงทุกวันนี้

    มันทำให้ฉันเป็น "ฉัน" ในวันนี้

    ดังนั้น ถ้าฉันเกลียดความเป็นผู้ใหญ่ ฉันก็คงจะดูเป็นเด็กที่พาล และไม่มีเหตุผลเอาซะเลย -- ซึ่งฉันก็เกลียดข้อนี้เหมือนกัน

    ที่ถูกต้องคือ ฉันควรจะโทษตัวเอง ที่ไม่รู้จักคิด มอง อะไรให้กว้างกว่านี้ แล้วลงมือทำมันซะ

     

    ฉันจะต้องทำ ในสิ่งที่ฉัน ต้องทำ ให้ดีที่สุด

    และฉันจะต้องได้ทำในสิ่งที่ฉัน อยากทำ ในทุกๆอย่างด้วยเช่นกัน

     

    แค่คิด  ฉันก็เริ่มสนุกแล้ว ..

    สิ่งที่ท้าทายที่สุด ก็คือการแข่งกับตัวเอง และการเอาชนะตัวเองนี่แหละ

     

    .. ฉันทำได้ .. ฉันเป็นตัวเอง และฉันก็เชื่อมั่นในตัวเองมากๆด้วย ...

    แน่ละ ฉันจะไม่ยอมเสียเวลาแม้แต่นาทีเดียวอีกแล้ว

    แล้วฉันจะรออะไรอยู่อีกล่ะ ....

     

     

     

    March 23

    ... so lonely ...

     
     
    ท่ามกลางความเงียบ
     
    --------------------------------------
     
    -------- (     (    (  ( จ๋อม )  )    )      ) ------------
     
     
    เสียงวัตถุตกกระทบผิวน้ำ
     
     
    ----------------------
     
     
     
    ไม่มีแม้เสียง สำเนียงใดๆ
     
     
     
    ------------------------------------------------------------
     
     
     ~~~~ ครืด ~~~~
     
     
     
    ~~~~~~~ ซ่า ~~~~~~~
     
     
     
    --------------------------------------------
     
     
    ยังคงเงียบ เช่นเคย
     
     
    แบบนี้นี่เอง ที่เค้าเรียกกันว่า
     
     
    l
    l
    l
    l
    l
    \/
     
     
     
    .."ขี้เหงา"..
     
     
     
     
     
     
     
    March 03

    วันสบายๆ กับ ใจว่างๆ

     
    ทริป : ไปเป็นตัวเอง
     
    ผู้ร่วมกิจกรรม : น้อยหน่า
     
    สถานที่  :  สวนจตุจักร
     
    เวลา  09:13 ถึง 14.53 วันที่ 3 มีนาคม 2008
     
    อุปกรณ์
    1. MP3 + หูฟังอันใหญ่     ---> จุเพลงไปเต็มๆ 1 กิ๊ก ชาตินี้จะฟังครบมั้ย????
    2. หนังสือ "น้ำแข็งยูนิต ตรา ควายบิน"   ---> สดๆใหม่ๆ ยังไม่เคยผ่านมือชายใด
    3. หนังสือ "ความฝันโง่ๆ"    ---> จบไป 1 รอบแล้ว เอาไปเผื่อในกรณีที่อ่านเล่มแรกจบ
    4. หนังสือ "เดือนช่วง ดวงเด่นฟ้าดาดาว"     ---> จบไปหลายรอบแล้ว แต่ชักจะลืม  เอาไปเผื่อในกรณีที่อ่าน 2 เล่มจบ
    5. หนังสือ "จรูญจรัสรัศมีพราวพร่างพร้อย"   ---> เหมือนเล่มข้างบน และมันก็เป็นภาคต่อกัน เลยคิดว่าควรเอาไปเป็นแพ๊คคู่ ถึงแม้จะไม่ได้อ่านก้อตามที
    6. ไดอารี่   ---> ขาดไม่ได้
    7. หนังสือพิมพ์ซ็อคเกอร์ ฉบับวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม 2550    --->  ค้นได้จากในห้อง เอาไว้ไปรองนั่ง
    8. เลย์รสกะเพรากรอบ ห่อใหญ่ 1 ห่อ   ---> จริงๆแล้วก็กลัวอ้วนนะ แต่แค่ห่อเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
    9. ลูกอมไดนาไมท์สอดไส้ช๊อคโกแลต 2 ห่อเล็ก    --->  เป็นอะไรที่มีช๊อคโกแล็ตและเย็น
    10. น้ำเปล่าตราสิงห์ 1 ขวดใหญ่    --->  ชีวิตนี้ขาดน้ำไม่ได้ แม้แต่ชั่วโมงเดียว  ถึงจะปวดฉี่บ่อยก้อเหอะ
    11. ข้าวเหนียวหมูปิ้ง   --->  เติมพลังยามเช้าซะหน่อย
     
    การแต่งตัว
        เสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์สีซีด ตัวหลวม รองเท้าลายจุด  มัดผมรวบตึงไปเป็นก้อขี้ไว้ข้างบน  ให้หน้าบานได้เต็มที่ (เหมือนดอกไม้ตอนเช้าไง)
     
    การเดินทาง
        ขาไป : รถเมล์สาย 39
        ขากลับ : รถเมล์สาย 104
     
    บันทึกการเดินทาง
     
    9:01  ออกเดินทางสายไปป่าววะ
     
    9:07 -*- ลืมโทรศัพท์ ... ดีนะที่ติด PCT มา ก้อดีเหมือนกันจะได้ไม่มีใครโทรเข้า ... โลกส่วนตัวของช้านนน หุหุ
     
    9:15  เดินข้ามสะพานลอย .. วัยรุ่น 2 คน หน้าตาไม่น่าไว้วางใจ จะมองชั้นทำไมฟระ !!!
     
    9:17  ถึงแล้ว !!!!   นั่งตรงนี้แหละ เย็นดี แดดมาค่อยเปลี่ยน
     
    9:18  ข้าวเหนียวหมูปิ้ง  ลุย !!!!! 
     
    9:21 ผู้หญิงใส่เสื้อสีดำ กระโปรงสีเทา เดินมากับผู้ชายใส่เสื้อสีขาว กางเกงสีดำ  นั่งลงที่ใต้ร่มไม้ด้านขวามือของฉันไปไม่ไกลนัก -- คงเป็นแฟนกัน
     
    แล้วด้านหลังตรงม้านั่ง ก็นั่งกันเป็นคู่  ทางด้านซ้ายมือ ก็จับมือกันเดินข้ามสะพาน น่ารักดีจริงๆ โลกมันช่างสวยงาม
     
    9:23  "...ยังมีเสียงเพลงที่ทำให้ใจสดใส ดวงดาวมากมายที่ให้เราดูเต็มฟ้า ฉันมีความสุข  .... มีลมพัดเย็นมาเป็นเพื่อนคลายเหงา..."  ... อื้ม เพลงแรก สบายๆ
     
    9:23 "..น้ำแข็งยูนิต ตรา ควายบิน .. ปั้นน้ำเป็นตัว : วินทร์ เลียววารินทร์ ......"   อ่านๆๆ
     
    10:06  "คงจะเป็นฝัน เป็นได้แค่นั้น ที่ฉันและเธอนั้นรักกัน  มีแต่ความหวาน ในคืนแห่งความฝัน ที่ฉันต้องการเก็บไว้......
     
    อยากหลับตาและนอนหลับชั่วนิรันดร์  เพื่อจะสานต่อเรื่องราวความฝัน ที่สวยงามของหัวใจ

    อยากพบเจอเธอ แม้จะเป็นแค่เพียงในฝัน ตราบใดที่ยังมีเธอ  ฉันจะขอนอนอยู่อย่างนั้น........." 
     
    อืม  ไม่ได้ฟังเพลงนี้นานแค่ไหนแล้วเนี่ย ... แต่ตอนนี้มันโดนอ่ะ
    อยากหลับตา .. และนอนหลับชั่วนิรันดร์ .......
     
    10:13  "ประชาชนมีสิทธิที่จะ - อึ"  -- หน้า 32
     
    10:14 "แม้แต่ในความมืดมิดก็ยังมีความงาม"  -- หน้า 33
     
    10:21 เด็กหญิงในชุดนักเรียน 3 คนปั่นเรือลอดใต้สะพานไป น่ารักดี
     
    10:36 เสียงหัวเราะแว่วผ่านหูฟังเข้ามา  เด็ก 3 คนเมื่อกี้ ปั่นเรือกลับมาแล้ว  .... เค้าสนุกกันใหญ่เลย
     
    10:41 ผู้ชาย 2 คน พายเรือด้วยกัน .. อืม คงเป็นพี่น้องกันละมั้ง หรือไม่ก็เพื่อนกัน
     
    10:46  "Improvisation  ในทางดนตรีคือการปลดปล่อยจินตนาการให้ไหลไปโดยไม่ฝืน  การด้นในงานเขียนก็เช่นกัน
     
    ก่อนอื่นต้องลืมตรรกทุกชนิด ลืมเหตุผล ลืมความสมจริง ลบกฎเกณฑ์"  -- หน้า 53
     
    "ทุกอย่างออกจากหัว"  -- หน้า 54
     
    11:17  ผู้หญิงเสื้อดำกับผู้ชายเสื้อขาว หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้  แต่มีผู้หญิงเสื้อสีม่วง กางเกงสีกากีมานั่งแทนที่
     
    เค้ายิ้มให้ฉัน ฉันยิ้มให้เค้า อายุคงพอๆกับฉัน  ... เค้ามานั่งฟังเพลงคนเดียว .. ทอดสายตาออกไปไกล  เค้าคิดอะไรอยู่นะ ??
     
    11:32  ผู้หญิงเสื้อสีม่วง นอน ..
     
    11:37  ฉันนอนบ้าง ... นอนอ่านหนังสือ ฟังเพลง ลมพัดเย็น  มีความสุขที่สุด
     
    12:12  ฉันลุกขึ้นนึ่ง  ผู้หญิงเสื้อสีม่วงคนนั้นมีเพื่อนมานั่งคุยด้วยแล้ว ... 
     
    13:16  "จะว่าไปแล้วศิลปะทั้งหมดก็เป็นการเล่นกับพื้นที่ว่างเปล่าของหัวใจ..."  -- หน้า 166
     
    13:17 .."Can u speak English ? " ....  "A Little ^_^"  ...(ตายแน่กรู ..)
     
    $()_%$+)_^$)_@##$#<>V)^+_ ........  ต้องหาตัวช่วยนิดหน่อย ต่อสายหาคนที่คิดว่าจะคุยรู้เรื่อง
     
    สรุปใจความสำคัญได้ว่า .. I มาจากจีน U พอจะแนะนำสถานที่ที่ดังๆ สวยๆ สำคัญ ในกรุงเทพให้ I ถ่ายรูปได้มั้ย???
     
    เขียนลงไปบนกระดาษประมาณ 7 ที่  "yeah I write it for u and u can go by taxi..."  ... ภาษาอังกฤษแบบ sneakๆ fishๆ
     
     
    13:24  "คุณทนเรียนหนังสือที่คุณไม่ชอบอยู่สี่ปี  เพื่อที่จะบอกในวันสุดท้ายว่าคุณไม่ชอบ  อีกกี่ปีคุณถึงจะยอมรับว่าคุณไม่ชอบชีวิตแต่งงานของคุณตอนนี้  ถ้าคุณไม่หลอกตัวเอง..."  -- หน้า 171
     
    13:48  "ความเคยชินและการติดยึดกับภาพเดิมๆ ทำให้เราไม่สารถแหวกกฎเกณฑ์ที่เราสร้างขึ้นเอง"  --  หน้า 191
     
    14:12  นก .. นกอะไรหว่า  นกพิราบมั้ง  .. แต่นกพิราบมันต้องสีขาวรึป่าว?? .. ไม่รู้เว้ย ไม่มีความรู้เรื่องนก เอาเป็นว่า นก มันบินเฉียดหัวฉันไปไม่ถึง 2 ฟุต  ใจงี้ หายวูบ ...
     
    หยุดอ่าน และมองนกซักพัก  มันเดินอยู่ที่สนามหญ้า ห่างจากฉันไปประมาณไม่เกิน 50 ซม.
     
    "ปล่อยความคิดลอยไปกับเวลา .... หากเธอได้ยิน เพลงผ่านสายลม นั่นคือ เพลงที่ฉันฝากไป ......"
     
    เวลาแบบนี้ ถ้าเอาน้องหมอนข้าง(ชื่อกีต้าร์) มาด้วยก้อคงดี  ..คราวนี้มานั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง  คราวหน้าอาจจะเอากีต้าร์มานั่งดีดก้อได้ ใครจะรู้ ...
     
     
     
    14:30  "ผมว่าถ้าเรื่องสั้นไม่สามารถสร้างความสะเทือนใจ  หรือกระทบใจคนอ่านได้  มันก็เป็นแค่โมเดลหรือหุ่นที่ไม่มีชีวิต...."
     
    "ความเรียบง่ายคือความสมบูรณ์  แต่อย่าสับสนว่า  ความเรียบง่ายคือความไม่สร้างสรรค์  หรือความสร้างสรรค์คือความซับซ้อน"  --  หน้า  218
     
    14:32  "ศิลปะทุกชิ้นคือการเดินทางหาดวงดาวของผู้สร้างสรรค์เอง"
     
    14:35  จบ ... อยากจะนอนหลับตา ให้ลมพัดเย็นแบบนี้ไปนานๆ
     
    14.53  ได้เวลา จบทริปครั้งนี้แล้ว
     
    14.54 เดินกลับ  ผู้ชาย 2 คน ที่พายเรือด้วยกันเมื่อกี้ เดินกอดคอกันกลับ .. คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เป็นเพื่อนกัน เดินกอดคอกัน
     
    ... จะหอมแก้ม เกือบโดน - -"  ...... เดินจับมือกัน ... อืม คงไม่ใช่เพื่อนละมั้ง .. ก้อดีนะ เป็นอะไรที่ ยังไม่เคยเห็นต่อหน้าต่อตา ห่างกัน 2 เมตรแบบนี้
     
     
     
    ***** บางที การหลีกหนีออกจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ออกจากความเคยชิน แม้เพียงเวลาไม่นาน  แต่มันก็สามารถทำให้ฉันมีความสุข และสบายใจได้อย่างมาก จนไม่น่าเชื่อ
     
    มันไม่ได้ยากเลย  สวนจตุจักร ที่ฉันเคยนั่งรถผ่าน และชะเง้อมองเข้าไปในรั้ว แล้วก้อผ่านไป ได้แต่คิดว่าซักวันจะลองมา  ... เป็นแบบนี้เสมอๆ
     
    เพียงแต่ฉัน ก้าวข้าม ผ่านรั้วนั้นเข้าไป  แค่นี้ ฉันก็อยู่กับตัวเอง เป็นโลกอีกใบหนึ่ง  ที่มีแต่ตัวฉันเอง  และมีความสุขอยู่กับตัวเอง แบบไร้ข้อกังขาใดๆ
     
    น่าแปลก  เวลานั่งอยู่ห้องคนเดียว กลับเหงา ฟุ้งซ่าน คิดอะไรซะมากมาย
     
    แต่มานั่งอยู่ที่นี่ อยู่คนเดียว  คนอื่นเค้าก็นั่ง เดิน กันเป็นคู่ๆ กลับทำให้ฉันมองเห็นเป็นสิ่งสวยงาม มีความสุข และยิ้มได้กับสิ่งที่เห็น
     
    ฉันปล่อยใจให้สบาย ไปกับเสียงเพลงที่ฉันชอบ  ปล่อยใจให้ลอยไปกับสายลมที่พัดเบา  ปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับการมองนกเป็นฝูงที่บินว่อน หยอกล้อกับลม
     
    ความรัก มันยังคงงดงามเสมอ  เพียงแต่  ฉันเลือกที่จะรับรู้และมองด้านไหน ก็แค่นั้นเอง  วันนี้ ฉันรักตัวเอง 
     
    .. ฉันเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก  ฉันเชื่อมั่นอย่างนั้น ..
     
    ถ้าฉันกลับไปอยู่ที่ห้องคนเดียว ฉันก็อาจจะพบกับความว้าเหว่ และความฟุ้งซ่านอีกมากมาย
     
    ไม่เป็นไรหรอก  ฉันจะพยายามออกมาทำอะไรที่มันเป็นตัวเอง อย่างวันนี้บ่อยๆ เพราะฉันรู้แล้วว่ามัน "ไม่ได้ยาก" เลย ******
     
     
    --เสียดายที่ลืมเอามือถือไปด้วย อดถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเลย แต่ก้อคงดีแล้วแหละ เพราะกลับมา พบว่า 12 มิสคอล ไม่งั้นฉันคงไม่ได้อยู่กับตัวเองแบบนี้แน่ --
     
     
     
     
    March 01

    เศร้าจริงจัง ...

     
    เศร้าอ่ะ
    ...
    อยู่คนเดียว ฟุ้งซ่านอีกแล้ว
    ..
    เรื่องที่เศร้าๆเนี่ย ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่อะไรกับมันมากแล้วนะ
    แต่อยู่ๆ ก็อดคิดถึงมันขึ้นมาไม่ได้
    ในสายตาคนอื่น มันก็เป็นแค่ตุ๊กตาห้อยโทรศัพท์ตัวละไม่เท่าไหร่
    แต่ก็นั่นแหละ ใครจะรู้ว่าเรื่องของเจ้าตุ๊กตาห้อยโทรศัพท์นี่มันไปบังเอิญเหมือน..
    เหมือนกับอะไรบางอย่าง .. ที่เคยเกิดขึ้น
    เรื่องมันก็เลย เศร้า
     
    ก่อนหน้านี้เค้ามีตุ๊กตาห้อยโทรศัพท์ตัวนึง
    เค้าเรียกมันว่า "ตัวน่าเกลียด" ไม่รู้มันเป็นตัวอะไร
    แต่พอตอนหลัง เพิ่งมาคิดได้ว่า มันคงเป็นปลาหมึกละมั้ง
     
    Image(138)
     
    ก็ใช้ตัวน่าเกลียดนี้ห้อยโทรศัพท์อยู่นาน นานมาก....
    ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎา 2007 จนถึงเดือนมกรา 2008 .. วันที่ 20 ที่มันหายไป
    ตอนแรกก็แค่รู้สึกว่ามันโดน ชอบ ก็เลยห้อย ไม่คิดอะไร คิดว่าเดี๋ยวถ้าเจอที่มันน่ารักๆ ก็คงเปลี่ยน
    แต่ใช้มันไปนาน .. นานขึ้น ... หลายเดือน
    จนมันเน่า เก่า ตัวแทบจะหลุดจากกัน ก็ยังไม่อยากเปลี่ยนมันซักที
    ตอนนั้นคิดว่า ต่อให้มันขาด จนห้อยไม่ได้แล้ว ก็จะยังเก็บมันไว้
    แล้ว .. มันก็ดันมาหาย .....
    พอรู้ว่ามันหายไป คือ คิดถึงมันมากๆๆๆๆ
    เวลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ไม่มีมันห้อยอยู่
    ไม่มีมันให้เกะกะรำคาญ เวลาจะถ่ายรูป
    ไม่มีมันให้เขี่ยเล่น เวลาคุยโทรศัพท์
    คิดถึงมัน ... เค้าคิดถึงเทอนะ ตัวน่าเกลียด T__T
     
    แล้วก็ปล่อยให้เวลาผ่านไปอยู่อย่างนั้น ไม่มีตุ๊กตาตัวไหนที่ถูกใจมาแทน
    ไปที่ไหนๆ ก็พยายามหาตุ๊กตาห้อยโทรศัพท์
    ตอนแรก คิดว่าเอาแบบไหนก็ได้ มาห้อยแทน พอไม่ให้มันว่าง
    แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่อยากได้ ไม่เอา ไม่ชอบ
    ก็เลยตั้งใจ เด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นมาก ที่จะหาตัวแบบนี้ให้ได้เหมือนเดิม
    แต่ก็ไม่เคยเจอเลย เจอบางตัวที่แบบคล้ายกันบ้าง
    แต่มันไม่ใช่ .. ไม่ใช่ .. ไม่ชอบ
     
    ก็ใช้โทรศัพท์แบบไม่มีตัวห้อยไปพักนึง
    เลิกคิดว่าจะหาอะไรมาห้อยแล้ว  ถ้าเจอตัวแบบเดิมถึงจะใช้
    ถ้าไม่เจอแบบเดิม ก็จะไม่ใช้เลย...
     
    จนกระทั่ง วันที่ 10 กุมภา 2008
    เจอตัวน่าเกลียดอีกตัวนึง
    ในความรู้สึกแวบแรกคือ เฮ้ย เหมือนมันมีอะไรบางอย่าง...
    มันไม่ใช่แบบเดิม ไม่ใช่แบบเดียวกัน
    แต่มันให้ความรู้สึกว่า มีอะไรบางอย่าง ซักอย่าง ที่มันเกือบจะ "คล้าย"
    ที่เค้า "ชอบ"
    แต่มันก็ไม่เหมือน ไม่ใช่แบบเดิม
    ตัวนี้ เค้าเรียกมันว่า "เจ้าเงาะ"
     
    IMG_4612
     
    เดิมทีเจ้าตัวนี้มันเป็นพวงกุญแจ
    แต่เค้าก็พยายามทุกวิถีทาง หาเชือกแบบที่มันห้อยโทรศัพท์ได้มาห้อยมัน
    ในตอนแรกที่ใช้ มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่แทนตัวเดิมได้หรอก
    เค้าก็ยังคงคิดถึงตัวน่าเกลียดอยู่ แต่พอมองเจ้าเงาะ เค้าก้อยิ้มได้
    เค้าก้อชอบมัน ในแบบที่มันเป็นมันเหมือนกัน
    ลึกๆแล้ว เค้าก็รู้ว่ามันให้ความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่าง "คล้าย" ตัวเก่า
     
    ตอนนี้กลายเป็นว่า เค้ารักตุ๊กตาทั้ง 2 ตัวไปแล้ว
    แค่ตัวน่าเกลียดมันไม่ได้อยู่กับเค้าตอนนี้ แต่เค้าก็ยังคิดถึงมันอยู่
    เจ้าเงาะ  มันอยู่กับเค้าตอนนี้ แต่ยังไม่นานเท่าตัวน่าเกลียด เค้ายังไม่ผูกพันกับมันเท่าตัวน่าเกลียด
    แต่เค้าก็ตั้งใจว่าจะใช้มันให้นานๆ นานเท่าที่จะนานได้
    เค้าไม่ชอบเปลี่ยนอะไรบ่อยๆ (ยกเว้นทรงผม...)
     
    แล้ว เจ้าเงาะ ก็มาทำให้เค้ารู้สึกสูญเสียอีกจนได้
    มันหายไป ... วันที่ 27 กุมภา 2008
    ถ้าเค้าดูแลมัน  เก็บมัน  ให้ดีกว่านี้ มันคงไม่หายไปหรอก
    หรือ .. คงเพราะ
    มันไม่ใช่ตุ๊กตาห้อยโทรศัพท์ตั้งแต่แรก
    มันเป็นพวงกุญแจ .. พอเค้าพยายามฝืน
    "รอยต่อ" นั้นมันไม่แน่น
    มันไม่ใช่สิ่งที่มันควรจะเป็น มันก็เลย .. หลุดไป"
     
    ความรู้สึกที่เจ้าเงาะหายไป มันไม่เหมือนที่ตัวน่าเกลียดหายไปซะทีเดียว
    แต่มันก้อมีอะไรบางอย่างที่ "คล้าย" กัน  อีกนั่นแหละ
    ไม่ว่าจะยังไง มันก็ทำให้เค้ารู้สึกสูญเสีย
     
    ตัวน่าเกลียดมันอยู่กับเค้านานมาก มันรู้สึกผูกพันไปแล้ว
    เจ้าเงาะ มันเพิ่งจะอยุ่กับเค้า เค้ากำลัง .. กำลังเริ่มที่จะผูกพันกับมันแล้ว
    แล้วมันก็มาหายไป ... ใจหาย ....
     
    ตอนนี้เค้าก็คงใช้โทรศัพท์แบบไม่มีตัวห้อยไปเรื่อยๆ ซักพักก่อน
    คงยังไม่คิดอยากหาอะไรมาห้อย
    ถึงแม้มันจะรู้สึกโล่งๆ รู้สึกว่างเปล่า รู้สึก ... ใจหาย
    แต่เค้าก็จะลองใช้โทรศัพท์แบบนี้ไปซักพัก  เผื่อเค้าอาจจะชิน
    ชินกับการที่ไม่ต้องมีอะไรมาห้อย
    ถ้าไม่มีอะไรมาห้อย ก็ไม่มีอะไรต้องหาย
    และเค้าก็จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าสูญเสียอีก
     
    คิดๆดูแล้ว เค้าคงกลัวอยู่ 2 อย่าง
     
    อย่างแรก
    กลัวว่าถ้ามีตัวห้อยโทรศัพท์อีก เค้าจะรักษามันไม่ดี เค้ากลัวทำมันหล่นหายอีก
     
    อย่างที่สอง
    เค้ากลัวเค้าจะต้องเสียใจอีก กลัวจะต้องรู้สึกกับการสูญเสียอีก .. ไม่อยากแล้ว
     
     
    เป็นแบบนี้ต่อไป ซักพักนะน้อยหน่า
    ใช้โทรศัพท์แบบนี้ไปเรื่อยๆ
    และจะไม่พยายามหาตัวไหนมาห้อยแทนอีก
     
    จนกว่า ...
     
    จนกว่า จะได้เจอกับตุ๊กตาตัวอื่นอีก
    ที่ทำให้เค้ารู้สึกได้ในแวบแรก .. ว่า เออ ใช่  ตัวนี้แหละ
    ตัวนี้แหละ เป็นแบบที่ต้องการ
     
    ถ้าไม่เจอ  ก็ไม่เป็นไร
    ก็ไม่ต้องมี
     
    ดีกว่าเอาอะไรก็ไม่รู้ มาห้อยๆไป พอให้ไม่รู้สึกว่างเปล่า
    ไม่ชอบแบบนั้น มันฝืน ...
     
     
    .......................................................................................
     
    เรื่องมันเศร้า
     
    และเรื่องมันคล้าย ... คล้ายกับอะไรที่เคยเกิดขึ้น
     
    มีบางสิ่งที่ยาวนาน และผูกพัน
     
    มีช่วงเวลาของการไม่มีอะไรเลย
     
    มีช่วงเวลาของการตามหา .. หาให้ได้อย่างเดิม
     
    มีสิ่งใหม่ ที่กำลังจะเริ่มผูกพัน
     
    ใน 2 สิ่ง มันมีอะไรที่มัน "ใช่" แต่มันไม่เหมือนกัน
     
    และมีช่วงเวลาปัจจุบัน ของการไม่อยากไขว่คว้าอะไรมาเพิ่มอีก
     
    ไม่ใช่ไม่อยากให้มีเพียงแต่ กลัว ... ที่จะต้องสูญเสีย
     
    มีช่วงเวลาของการ เลิกพยายามมองหา อะไรที่ "คล้าย"
     
    มีช่วงเวลาของการ ปล่อย ให้อะไรมันเป็นไป ตามเงื่อนไขของเวลา
     
    ไม่ไขว่คว้า ไม่ตามหา และไม่เฝ้ารอ .....
     
    แต่ในใจลึกๆ เชื่อมั่นว่า ถ้ามันจะมีสิ่งใหม่อีก
     
    มันอาจไม่ใช่ในแบบ 2 สิ่งแรก
     
    แต่มันจะมีอะไรบางอย่าง อาจะเพียงเล็กน้อย แต่ให้ความรู้สึกว่า มันมีอะไรที่ "คล้าย" กันอยู่
     
     
     
     
     
    .... หวังว่าเรื่องนี้ คงจะมีภาคต่อ ... ที่ดี .....
     
     
     
     
     
     
     
     
    February 29

    เรื่องเล่าของเช้าวันที่ 29 กุมภา

     
    จำ "เธอ" ที่อยู่ในบล๊อกเรื่อง "at ... 708" ได้มั้ย
     
    วันนี้วันที่ 29 กุมภา
    เธอลืมตาตื่น เธอไม่มีคราบน้ำตา
    และเธอก็ยิ้มเบาๆก่อนลุกจากที่นอน
    เธอถือว่ามันเป็นวันพิเศษ
    คงเพราะมันไม่ได้มีบ่อยๆ
    "วันอื่นยังมีทุกปีเลย ทำไมวันนี้ถึงไม่มีทุกปี โลกไม่เห็นยุติธรรมเลย ขนาดจำนวนวันในเดือนยังมีไม่เท่ากัน" .. เธอคิด
    และวันนี้เธอก็ตื่นเช้า และอากาศก็แจ่มใสมากซะด้วย
     
    สิ่งแรกที่เธอทำก็คือ  ออกไปรับลมและสูดอากาศยามเช้าที่ระเบียง
    พร้อมกับคิดว่า วันนี้เธอจะต้องทำอะไรบ้าง
    เธอต้องอาบน้ำ
    เธอต้องไปหาหมอฟัน
    เธอต้องกินข้าว .. แล้วจะกินอะไรดี ???
    เธอต้องอ่านหนังสือ .. พรุ่งนี้เธอก็สอบตัวสุดท้ายแล้ว
    หลังจากพรุ่งนี้ไป เธอก็จะเป็นอิสระ และโบยบิน ได้ทำอะไรหลายๆที่อยากจะทำ (จริงหรอ????)
    แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะยืนรับลม และมองอะไรไปเรื่อยเปื่อยที่ระเบียงอีกพักใหญ่ๆ
     
    โชคดีของเธอ ที่บ้านหลังที่อยู่ข้างๆอพาร์ทเมนท์ที่เธออยู่กำลังตัดหญ้าพอดี
    เธอคิดถึงตอนที่เธอชอบออกมายืนดูตอนที่เค้ากำลังตัดหญ้า
    นานหลายเดือนมาแล้วที่เธอไม่ได้เห็น
    ถ้าไม่เพราะเธอตื่นไม่ทัน ก็คงเพราะเธอต้องไปเรียน หรือมีอะไรต้องทำจนไม่มีเวลาจะรอดู
    แน่ละ เธอไม่ค่อยชอบเสียงเครื่องตัดหญ้าหรอก
    แต่เธอก็ชอบกลิ่นของมันมาก 
    สูดอากาศตอนเช้าที่มีกลิ่นไอของหญ้าปนอยู่เล็กๆ สดชื่นกว่าอะไรทั้งหมด
     
    เธอคิดถึงหน้าฝน
    คงเหมือนที่เธอไม่ชอบความชื้น ไม่ชอบเปียก ไม่ชอบฟ้าร้อง เวลาฝนตก
    แต่เธอชอบความเย็นของละอองฝน ชอบอารมณ์เหงาๆ ชอบเกล็ดของน้ำฝนที่เกาะกระจกบานใส
    และที่สำคัญที่สุด
    เธอชอบกลิ่นของดิน เวลาฝนตกใหม่ๆ.. เธอไม่ได้กลิ่นแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้วนะ
    ในกรุงเทพเธอไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่หรอก
    และอีกอย่าง .. ตอนนี้ก็ไม่ใช่หน้าฝนด้วย
     
    เธอกำลังคิดว่า ในหลายๆครั้ง อาจมีอะไรบางอย่างที่เธอไม่ชอบ
    แต่ในนั้น กลับมีสิ่งที่เธอชอบมากกว่า .. เธอก็ยอมรับ และมองข้ามในส่วนที่เธอไม่ชอบไปได้
     
     
     
    ~~~ กลิ่นของหญ้า ~~~
     
    เธออยู่ชั้น 7 แต่เธอก็ได้กลิ่นอ่อนๆ ของหญ้า กำลังพอดี
     
    "ถ้าฉันอยู่ใกล้มันมากกว่านี้  กลิ่นมันจะฉุนจนฉันทนไม่ได้หรือเปล่า" ... เธอคิดในใจ
     
    "ยังไงฉันก็พอใจที่จะอยู่ตรงนี้  มันคงต้องมีระยะห่างบ้าง อะไรหลายๆอย่างถึงจะพอดี" .... เธอกำลังคิดถึงอย่างอื่นอยู่
     
     
    "...คนที่เหงาคนหนึ่ง นั้นรอใครที่จะเข้าใจ มาเป็นเพื่อนดูหนัง เป็นเพื่อนฟังเพลงใกล้ๆ แบ่งปันทุกข์....."
    เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือของเธอยังเป็นเพลงเดิม .. ก็เธอยังไม่เบื่อมันนี่นา
    "วันนี้ดีจัง มีคนโทรหาฉันแต่เช้าเลย" .. ..
     
    "ฮัลโหล.."
     
    "อีสันดาน เมิงโทรมาทำไม" ....
     
    "อะไรนะคะ"
     
    "อีดอก เมิงไม่ต้องเลยนะ เมิงอย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง" ....
     
    "โทรผิดรึป่าวคะ??"
     
    "เมื่อกี้เมิงให้คนชื่อหวานโทรมาใช่มั้ย" ....
     
    "ไม่มีคนชื่อหวานค่ะ คุณโทรผิดแล้ว"
     
    "มันจะไม่มีได้ไง อีโกหก อีตอแหล อีสันดาน"
     
    "เอ่อ ...."
     
    "เมิงสนุกมากใช่มั้ย ทำให้คนอื่นเค้าแตกแยกน่ะ เมิงไม่มีปัญญาหาผัวเองแล้วหรอ ถึงได้มาแย่งของชาวบ้านน่ะ .. E .. %$@)$*(+&<!!#*!S%_....."
     
    กดวาง
     
    เธองง และหัวเราะเบาๆ
     
    ตลกดี
    ใจนึงเธอก็อยากฟังต่อเหมือนกันว่าเค้าจะด่าอะไรอีกบ้าง
    แล้วถ้าเค้ารู้ว่าเค้าโทรผิด เค้าจะพูดอะไร
    แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ฟังต่อ เพราะเธอไม่ได้อยากได้ยินคำศัพท์แปลกๆ
    เมื่อกี้เธอก็โดนไปหลายคำ ที่เกิดมายังไม่มีใครด่าเธอแบบนี้เลย
    (... ฉันเคยไปแย่งอะไรของใครตั้งแต่เมื่อไหร่ ... ถ้าฉันทำแบบนั้นได้ก็คงดี ... 555+) ... เธอแอบคิดในใจ
     
    เธอหัวเราะอีกหลายครั้ง
     
    เธอสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด
     
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้เธอหัวเราะได้ทั้งวัน ทุกครั้งที่เธอนึกถึง
     
    อย่างน้อยในเช้าที่อากาศแจ่มใสวันนี้ ก็มีเรื่องที่ทำให้เธออารมณ์ดีแต่เช้า
    ทั้งเรื่องที่เธอได้ออกมายืน สูดกลิ่นหญ้า
    ไหนจะเรื่องที่มีคนโทรมาผิด เธอโดนด่าแบบงงๆ
    และมันก็เป็นวันที่ 29 กุมภาซะด้วย
    เห็นมั้ย ก็นานๆมันจะมีวันนี้ทีนึง 
    เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอวันนี้ทั้งวันมันจะต้องมีแต่เรื่องที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ
    เอาละ เธอพร้อมที่จะออกเดินทางไป ในวันที่ 29 กุมภาแล้ว
    ขอให้เธอพบเจอแต่เรื่องดีดีนะ
     
    ..
     
    ..
     
    แล้วป่านนี้เค้าจะรู้รึยังนะ ว่าเค้าโทรผิด .......